ผมพบว่าการตื่นเช้ามีข้อดีสองอย่าง อย่างแรก เราจะใช้เวลาต่างจากจังหวะชีวิตของคนทั่วไป รถโล่ง ถนนเกลี้ยง ทำให้ทำอะไรไม่ต้องเบียดเสียดกับคนอื่น และอย่างที่สองคือเป็นเครื่องเตือนว่า เรานี่ก็โปรดักทีฟเหมือนกันนะ! นี่มันมนุษย์ผู้มีวินัยในตนเอง ผู้น้อมนำคำสอนของไลฟ์โค้ชหลากสำนักเพื่อแผ้วทางสู่ความชีวิตที่ประสบความสำเร็จ (เหรอ?)
จริง ๆ แล้ว การตื่นเช้าแบบนี้ควรฉายป้ายคำเตือนเหมือนโฆษณาลงทุนไว้ให้กับมนุษย์วอนนาบีโปรดักทีฟทั้งหลายด้วยว่า “การตื่นนอนมีความเสี่ยง ผู้ลงนอนควรนอนให้พอ ก่อนตัดสินใจตื่นนอน” ที่กล่าวแบบนี้เพราะการตื่นเช้าไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ หากคุณนอนไม่พอ ที่มากกว่านั้นคือ คำว่านอนดีกับนอนพอของผม มีความหมายต่างกัน นอนพอคือ นอนครบชั่วโมงตามหลักค่านิยมของคนทั่วไป ส่วนนอนดี คือ นอนแบบที่เราตื่นมาแล้วไม่รู้สึกล้า ซึ่งผมให้ความสำคัญกับอย่างหลังมากกว่า นอนพอก็ไม่เท่ากับนอนดีเสมอไป
ผมเรียนรู้ว่าการนอนที่ดีเกิดจากการทำให้ภาวะหลับลึกของเรายาวนานที่สุด เพราะสภาวะนี้จะเป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูตัวเองจากความเหนื่อยล้าตลอดวัน ผมจะรู้ว่าเมื่อคืนก่อนหลับลึกนานเท่าไหร่จากนาฬิการสมาร์ทวอร์ช นับว่าเป็นเครื่องอุปกรณ์หนึ่งที่คุ้มกับการควักเงินซื้อมากที่สุดสำหรับคนใส่ใจสุขภาพ หากพิจารณาจากความรู้สึกหลังตื่น ก็พอจะสรุปได้โดยสังเขปเลยว่า พลังงานตอนตื่นของผมจะแปรผันตามระยะเวลาการหลับลึกในแต่ละคืน
ท้ายที่สุดแล้ว ตื่นเช้าได้สัมผัสอะไรดี ๆ เยอะ…แต่ไม่ดีเยอะกว่าถ้านอนดึกแล้วตื่นเช้า หากเราต้องตื่นเช้าแต่นอนไม่ดี ผลที่ได้มันก็ไม่ค่อยจะคุ้มเสีย ร่างการรายอาจเหนื่อยล้า ไม่มีแรง ถ้าชีวิตไม่ได้เร่งรีบอะไร การนอนให้ดีก็ควรมาก่อนการนอนให้พอ และการนอนให้พอก็ควรจะมาก่อนนอนเพื่อตื่นเช้า เพราะฉะนั้น “นกที่ตื่นเช้า ควรจะเป็นนกที่นอนให้ดีด้วย”

Leave a Reply