แกล้งลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านสักวันดู แล้วคุณจะมองโลกต่างไป

Meeting, Bonjour, Monsieur Courbet (1854)

ก่อนอื่นผมอยากเปิดข้อนี้ด้วยการให้ทุกคนลองทบทวนตัวเองว่า ตั้งแต่เด็กยันปัจจุบัน ความอดทนในการรอสิ่งต่าง ๆ หรือการจดจ่อกับอะไรบางอย่างนาน ๆ ของเราลดลงบ้างไหม?

เช่น เมื่อก่อนเราเคยอ่านหนังสือได้เป็นเล่มโดยไม่หยุดพัก รออาหารตามสั่งแบบไม่ได้มีอะไรให้กดเล่น หรือไม่ได้หงุดหงิดอะไรถ้าต้องรอดูโฆษณาเวลาละครหลังข่าวตัดเบรก

แต่ปัจจุบันเราไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

ถ้าใช่… ผมคิดว่าเราคงรู้สึกเหมือนกันว่าสมาธิและความอดทนของเราสั้นลง งานวิจัยจากหลายแหล่งก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า สมาธิของคนยุคปัจจุบันสั้นลงจากพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนที่มากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราคุ้นเคยกับมันจนเป็นดั่งอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว

ผมเคยพยายามแก้ปัญหาการติดโทรศัพท์ด้วยการจงใจทิ้งมันไว้ที่บ้านแล้วออกไปทำงาน

และเนื่องด้วยที่ทำงานแรกของผมมีนโยบายห้ามนำโทรศัพท์เข้าไปที่โต๊ะทำงาน ก็เลยไม่ต้องห่วงเรื่องการสื่อสารทางโซเชียล พอได้ทำอย่างนั้นแล้ว ยอมรับเลยว่ามีความรู้สึกเหมือนคนขาดสิ่งเสพติด แต่อีกทางหนึ่งก็เหมือนได้ค้นพบโลกใหม่

เส้นทาง ธรรมชาติ ผู้คน ป้าย แสงสีต่าง ๆ ระหว่างเดินทางไปทำงานที่เราไม่เคยสนใจนัก เราก็เริ่มพิจารณารายละเอียดของมันมากขึ้น เมนู ป้ายโบรชัวร์ หรือแม้กระทั่งใบเสร็จ ก็กลายเป็นสิ่งที่เราหยิบขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาได้หมด จนบางทียังตกใจว่า “มันมีสิ่งนี้เขียนไว้ด้วยเหรอนี่?” ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งเดิม ๆ ที่อยู่ในเส้นทางของเรามาตลอด เพียงแค่เราไม่เคยใส่ใจรายละเอียดของมันเลยในเวลาที่มีสมาร์ทโฟนอยู่กับตัว

การทดลองครั้งนั้นทำให้ผมรู้ว่า การหยุดใช้สมาร์ทโฟนไปชั่วครู่ ช่วยทำให้การมองโลกที่คุ้นเคยของเราต่างออกไป เรารู้จักใส่ใจและลงลึกในรายละเอียดมากขึ้น จนบางทีเรียกได้ว่าแทบจะค้นพบสิ่งใหม่ที่เคยมองข้ามไป

อย่างไรก็ตามแต่ หลายคนก็คงไม่น่าจะถึงขั้นยอมหักดิบออกไปทำงานโดยไม่พกโทรศัพท์

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นสิ่งที่ผมอยากให้ลองดูถ้าโอกาสเอื้ออำนวย มันเป็นประสบการณ์แบบจงใจสร้างขึ้นมาได้เอง โดยที่เราไม่ต้องคอยรอให้ถึงช่วงเวลาที่โทรศัพท์พัง

“แกล้งลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านสักวันดู แล้วคุณจะมองโลกต่างไป”

Leave a Reply

Discover more from Speclao

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading