คนเดียวอาจหัวหาย แต่เรียนจบเพื่อนหายแน่นอน

“เพื่อน” …เมื่อคุณอ่านคำนี้ แล้วมีใบหน้าของใครลอยขึ้นมาบ้าง?

คนเหล่านั้นแหละครับ คือคนที่คุณจะได้เจอหน้าน้อยลงเมื่อเรียนจบแยกย้ายกันไป หรือบางคนอาจจะหายยาวไปเลย

ทั้งนี้ก็ด้วยภาระหน้าที่ที่แตกต่างกันไปตามเส้นทางของแต่ละคน ถ้าจังหวะชีวิตเอื้ออำนวย ก็อาจจะได้เจอเพื่อนบ้างเป็นครั้งคราวตามแต่วันเวลาจะจัดสรรได้

แต่ถ้าจังหวะชีวิตไม่เอื้ออำนวย… อาจด้วยการแยกย้ายไปทำงานคนละที่ หรือการเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ วันคืนอันแสนหวานชื่นก็คงไม่ได้เหมือนเดิมเหมือนตอนสมัยเรียนอีกแล้ว ยิ่งถ้าไม่ติดต่อกันเลย ก็เหมือนเรียกว่าตายจากกันไป แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ถูกทดแทนด้วยสังคมใหม่ ๆ ที่เข้ามาแทนที่

มันคงเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต เมื่อจังหวะชีวิตของเราเปลี่ยน ระบบนิเวศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงินแบบเราก็มักจะเปลี่ยนตาม ทั้งคนที่เดินจากไป คนที่ยังอยู่ และคนใหม่ ๆ ที่ผ่านเข้ามา สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องเผชิญไปเรื่อย ๆ

จากประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัส จำนวนเพื่อนมักจะสวนทางกับเลขอายุที่มากขึ้นเสมอ เรียกว่าหากเรายิ่งเติบโตขึ้น เพื่อนของเราจะยิ่งน้อยลง (หรืออาจจะเป็นแค่ชีวิตของผมคนเดียวก็ไม่รู้)

บางคนอาจจะหายไปแบบที่เราตระหนักรู้ คือห่างกันด้วยระยะทางหรือหน้าที่การงานที่ต่างกัน

แต่ก็มีเพื่อนอีกประเภท… คือหายไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าหายไปเพราะอะไรหรือตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็พบว่า ต่อให้ทักไปคุยกันในวันนี้ ความรู้สึกก็คงไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

หากอ่านมาถึงตรงนี้ ผมก็อยากให้คุณ โดยเฉพาะมนุษย์วัยทำงานทั้งหลาย ลองทบทวนดูว่าตลอดช่วงเวลาที่ทำงานมานี้ เพื่อนที่เคยคบกันสมัยเรียนล้มหายตายจากไปจากชีวิตแล้วกี่คน?

คนไหนที่ยังเหลืออยู่ และคนไหนที่เดินจากไปแล้ว

ผมเองก็ไม่ได้มีทางแก้หรือคำแนะนำดี ๆ ให้ทำตามใด ๆ ครับ แค่เพียงอยากจะบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันก็เป็นธรรมดาของชีวิตเช่นนั้นแล

ชีวิตนี้… มีพบก็มีจาก และไม่ใช่เพื่อนทุกคนที่จะอยู่ในระบบนิเวศของเราไปได้ตลอดรอดฝั่ง ดั่งสุภาษิตประจำใจที่ผมคิดขึ้นมาเองตามชื่อหัวข้อนี้ว่า

“คนเดียวอาจหัวหาย แต่ถ้าเรียนจบเพื่อนหายแน่นอน”

Leave a Reply

Discover more from Speclao

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading